ทำความรู้จักเกี่ยวกับ Fiber Optic

           

     ไฟเบอร์ออฟติค หรือที่หลายคนรู้จักกันดีในชื่อ เส้นใยแก้วนำแสง หากใครที่เคยได้เรียนวิชาวิทยาศาสตร์ในช่วงมัธยมต้นก็จะทราบกันดีว่าคุณสมบัติของเส้นใยแก้วนำแสงนั้นสามารถที่จะมีการสะท้อนกลับหมดของแสง ภายในของไฟเบอร์ออฟติค ที่ทำจากแก้วนั้นมีความบริสุทธิ์มาก มีขนาดเล็กเท่าเส้นผมของคน แถมยังสามารถที่จะส่งหรือรับสัญญาณในระยะไกลได้อย่างดี และคุณสมบัติอื่นๆ อีกมากมายที่พอจะเอามาแทนการใช้งานแบบเก่าๆได้ โดยเฉพาะในด้านของการใช้แทนสายอินเตอร์เน็ตแบบเก่า ในส่วนของส่วนประกอบของเส้นใยแก้วนำแสงนั้นประกอบไปด้วยส่วนที่แสงเดินทางผ่าน เราเรียกส่วนนี้ว่า Core แล้วส่วนที่หุ้ม Core เรียกว่า Clad ทั้งสองชนิดนี้เป็นสารที่ไม่มีคุณสมบัตินำไฟฟ้า

ก่อนหน้านี้ในบ้านเรือน หรือสำนักงานต่างๆ ที่ต้องการใช้สัญญาณอินเตอร์เน็ตจำเป็นต้องใช้สายตัวนำทองแดง ซึ่งมันค่อนข้างมีน้ำหนักมาก มีขนาดใหญ่ ความสามารถในการส่งสัญญาณไม่ดีเท่าไรนัก จนได้มีการพัฒนาเส้นใยแก้วนำแสงขึ้นมาแทนที่ ทั้งมีน้ำหนักเบา มีการสะท้องสัญญาณได้ค่อนข้างดีกว่า รองรับการใช้งานในอนาคตได้มากกว่าด้วย

นอกจากนี้ไฟเบอร์ออฟติคเคเบิล ที่สร้างจากแก้วซึ่งเป็นฉนวน มีข้อดี คือ สนามของพลังงานที่ถูกปล่อยออกมามันจะไม่ถูกรบกวน หรือถูกดูดซับ เพราะแก้วนั้นเป็นวัสดุที่มีผลต่อการลดทอนน้อยมากๆ แต่ถ้าหากจะเทียบเส้นแก้วกับทองแดงในส่วนของความเร็วในการรับส่งสัญญาณ เส้นแก้วมีความสามารถดีกว่าก็จริง แต่ก็ไม่ได้ถือว่าต่างกันมากเท่าไรนัก แต่สิ่งที่ได้เปรียบของเส้นใยแก้วนำแสงก็คือ ขนาดและน้ำหนักที่เบากว่ามาก จึงทำให้ปัจจุบันนี้คนเริ่มเปลี่ยนมาใช้เส้นใยแก้วนำแสงกันเยอะมาก ซึ่งความจริงแล้วเน็ตไฟเบอร์ ผ่านเส้นใยนำแสงนั้นมีมาตั้งแต่ 10 กว่าปีที่แล้ว แต่ก่อนหน้านั้นมันค่อนข้างมีราคาแพงกว่าแบบทองแดง แต่มันสามารถทำให้เราเล่นอินเตอร์เน็ตได้เร็วกว่าทองแดงและอย่างที่บอกไปว่ามันเล็กกว่า เบากว่า  แต่ด้วยความที่ราคาสูง มันจึงยังไม่ได้รับความนิยมมากเท่าไร แต่ปัจจุบันก็นับว่าเริ่มมีการใช้งานเยอะพอสมควร เพราะหลายคนมองเห็นความสามารถรวมถึงคิดการไกลในการลงทุนที่ราคาสูง แต่คุ้มค่ากับสิ่งที่ได้มา

ปัจจุบันเน็ตไฟเบอร์ Fiber Optic ในไทยที่เปิดให้บริการก็จะมี C internet by CAT , True Super Speed Fiber, AIS Fibre,  3BB FTTx, และ TOT Fiber 2U ในส่วนของการเลือกใช้บริการอินเตอร์เน็ตไฟเบอร์ของค่ายต่างๆนั้น เราไม่สามารถที่จะบอกได้ว่าค่ายไหนดีที่สุด แต่สิ่งที่สามารถพิจารณาได้ก็คือ ควรเลือกค่ายที่มีความเหมาะสมกับเรามากที่สุดก็น่าจะเพียงพอแล้ว